6 วิธีลดเบี้ย…ทำประกันอย่างไรให้เบี้ยถูกลง ปี 2018

ลดเบี้ยประกันภัยยังไง?….ให้เบี้ยถูกลง

Hello ทุกคนนน  เราปฏิเสธกันไม่ได้เลยใช้มั้ยล่ะ ว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเวลา โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางรถยนต์เนี่ยตัวดีเลย จะบอกว่าวันดีคืนดีเราขับรถมาแบบสวยๆ อยู่ดีๆ รถชนตู้มสะงั้น สื่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ก็คือ…แท่แด้นนนน “ประกันภัยรถยนต์” นั่นเอง

และแน่นอนว่าถ้าทำประกันภัยสิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะประกันชั้น 1 นี่นะ อู้วหูววว! ราคาเด็ดสุดๆ ยิ่งรถแพงเบี้ยก็ยิ่งสูง แต่ๆๆ มันมีวิธีลดค่าเบี้ยประกันนะเออ บอกเลยว่าถ้าทำตามนี้เบี้ยประกันต่อปีที่ต้องจ่ายก็จะลดลงตาม มาๆๆ เดี๋ยวพาไปดู

1. เปรียบเทียบเบี้ยประกัน

จ่ายเบี้ยประกันปีนึงใช่ว่าจะถูกๆ ใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นก่อนจะทำประกันให้เปรียบเทียบเบี้ยประกันหลายๆ ที่ เพื่อดูว่าเบี้ยประกันไหน ความคุ้มครองแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน (ถือเป็นการลดค่าเบี้ยประกันเพราะได้สิ่งที่คุ้มค่า) ที่สำคัญดูเรื่องการบริการหลังการขายด้วยล่ะ บางที่จะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้ด้วย เช่น รถใช้ฟรีระหว่างซ่อม บริการปรึกษาทนายฟรี ฯลฯ

 

2. ทำประกันผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย

โดยปกติถ้าทำประกันผ่านโบรกเกอร์จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันไปด้วย แอบกระซิบว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเราเองก็ทำประกันผ่านโบรกเกอร์นะ ได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันด้วยแหละ ถ้าจะถามว่าโบรกเกอร์ให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันเท่าไรล่ะ อย่างน้อยๆ ต้องมีประมาณ 3-10% แหละ แต่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโบรกเกอร์ด้วยนะ

 

3. ระบุชื่อผู้ขับขี่ตอนทำประกัน

ประกันภัยที่เราทำเนี่ย สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ถึง 2 คน ทำให้สามารถลดค่าเบี้ยประกันได้

ส่วนลดตามช่วงอายุเป็นแบบไหน?

  • อายุ 18-24 ปี ลด 5%
  • อายุ 25-35 ปี ลด 10%
  • อายุ 36-50 ปี ลด 15%
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป ลด 20%

ส่วนลดเบี้ยประกันคิดจากคนที่มีอายุมากกว่า หรือน้อยกว่า?

ส่วนลดค่าเบี้ยประกันจะคิดจากคนที่มีอายุน้อยที่สุดนะ ส่วนคนที่อายุมากจะมีส่วนร่วมในการขับเฉยๆ

 

4. ทำประกันแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก Deductible

โดยปกติแล้วค่า Deductible จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้เอาประกันจะเลือกแบบไหน ยิ่งมีค่า Deductible มาก เบี้ยประกันที่จะจ่ายก็จะยิ่งถูกลง (ประหยัดไปได้ถึงหลักพันเลยแหละ)

สมมติว่าเบี้ยประกันต่อปีอยู่ที่ 15,000 บาท ถ้าทำประกันแบบมี Deductible 2,000 บาท เบี้ยที่ต้องจ่ายจริงๆ จะอยู่ที่ 13,000 บาทเท่านั้น ทำให้ลดค่าเบี้ยประกันไปตั้ง 2,000 บาทแหน่ะ แต่การทำประกันแบบมี Deductible จะมีข้อเสียตรงที่ถ้าเราขับรถชนแล้วเป็นฝ่ายผิด เราจะต้องจ่ายเงินก่อนการจัดซ่อมทุกครั้ง (จำนวนเงินที่ต้องจ่ายก็คือ เงินค่า Deductible ที่เราตกลงทำกับบริษัทประกันนั่นแหละจ้า)

อ่านเพิ่มเติมกันเลย >>> ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible คืออะไร?

 

5. ส่วนลดประวัติดี

หากว่าเราทำประกันและในระหว่างปีเราไม่เคยแจ้งเคลมประกันเลย แน่นอนหละว่าบริษัทประกันเขาก็จะคืนโบนัสให้กับเรา ซึ่งก็คือส่วนลดสำหรับปีถัดไปนั่นเอง

  • ไม่มีเคลมปีแรก มีส่วนลดให้ 20%
  • ไม่มีเคลม 2 ปีติดต่อกัน มีส่วนลดให้ 30%
  • ไม่มีเคลม 3 ปีติดต่อกัน มีส่วนลดให้ 40%
  • ไม่มีเคลม 4 ปีติดต่อกันขึ้นไป มีส่วนนลดให้ 50%

ซึ่งส่วนลดประวัติดีจะมีให้ทุกบริษัทประกัน เพราะเป็นข้อกำหนดของ คปภ. ถือเป็นอีกวิธีที่ลดเบี้ยประกันได้ดีเลยแหละ

 

6. ติดกล้องติดรถยนต์

ถ้าติดกล้องติดรถยนต์บริษัทประกันจะมีส่วนลดเบี้ยประกันให้ 5-10% เชียวนะ โดยต้องแสดงหลักฐานด้วยว่ารถคันนี้ได้ติดกล้องจริงๆ ซึ่งเงื่อนไขแต่ละบริษัทประกันก็จะแตกต่างกันออกไป

เมื่อทราบวิธีลดเบี้ยประกันแล้ว ก็อย่าลืมนำวิธีต่างๆ ไปต่อรอง ไปคุย กับบริษัทประกัน หรือทางตัวแทนดูล่ะ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าการจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบเต็มจำนวนใช่มั้ยล่ะ


เรียบเรียงโดย RUBLONG.COM  ^0^