6 วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ อย่างไรให้เบี้ยถูกลง ปี 2019

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์

แน่นอน.. ว่าถ้าทำประกันรถยนต์สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะประกันชั้น1 นี่นะ อู้วหูววว ! ราคาเด็ดสุด ๆ

ยิ่งรถแพงเบี้ยก็ยิ่งสูง แต่ ๆ ๆ มันมี วิธีลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ นะเออ บอกเลยว่าถ้าทำตามนี้เบี้ยประกันต่อปีที่ต้องจ่ายก็จะลดลงตาม มา ๆ ๆ เดี๋ยวพาไปดู

1. เปรียบเทียบเบี้ยประกัน

จ่ายเบี้ยประกันปีนึงใช่ว่าจะถูก ๆ ใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นก่อนจะทำประกันให้เปรียบเทียบเบี้ยประกันหลาย ๆ ที่ เพื่อดูว่าเบี้ยประกันไหน ความคุ้มครองแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน (ถือเป็นการ ลดค่าเบี้ยประกัน เพราะได้สิ่งที่คุ้มค่า)

ที่สำคัญ.. ดูเรื่องการบริการหลังการขายด้วยล่ะ บางที่จะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้ด้วย เช่น รถใช้ฟรีระหว่างซ่อม บริการปรึกษาทนายฟรี ฯลฯ

2. ทำประกันผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย

โดยปกติถ้าทำประกันผ่านโบรกเกอร์จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันไปด้วย แอบกระซิบว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเราเองก็ทำประกันผ่านโบรกเกอร์นะ

ได้ส่วน ลดค่าเบี้ยประกัน ด้วยแหละ ถ้าจะถามว่าโบรกเกอร์ให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันเท่าไรล่ะ อย่างน้อย ๆ ต้องมีประมาณ 3-10% แหละ แต่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโบรกเกอร์แต่ละที่

3. ระบุชื่อผู้ขับขี่ตอนทำประกัน

ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำเนี่ย สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ถึง 2 คน ถือเป็น วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่แพ้กับการทำประกันแบบมี Deductible เลยแหละ

ส่วนลดตามช่วงอายุเป็นแบบไหน?

  • อายุ 18-24 ปี ลด 5%
  • อายุ 25-35 ปี ลด 10%
  • อายุ 36-50 ปี ลด 15%
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป ลด 20%

ส่วนลดเบี้ยประกันคิดจากคนที่มีอายุมากกว่า หรือน้อยกว่า?

ส่วน ลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ จะคิดจากคนที่มี อายุน้อยที่สุด ส่วนคนที่อายุมากจะมีส่วนร่วมในการขับเฉย ๆ

4. ทำประกันแบบมีค่าเสียหายส่วนแรก Deductible

โดยปกติแล้วค่า Deductible จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้เอาประกันจะเลือกแบบไหน ยิ่งมีค่า Deductible มาก เบี้ยประกันที่จะจ่ายก็จะยิ่งถูกลง (ประหยัดไปได้ถึงหลักพันเลยแหละ)

สมมติว่าเบี้ยประกันต่อปีอยู่ที่ 15,000 บาท ถ้าทำประกันแบบมี Deductible 2,000 บาท เบี้ยที่ต้องจ่ายจริง ๆ จะอยู่ที่ 13,000 บาทเท่านั้น

ทำให้ ลดเบี้ยประกันรถยนต์ ไปตั้ง 2,000 บาทแหน่ะ แต่การทำประกันแบบมี Deductible จะมีข้อเสียตรงที่ถ้าเราขับรถชนแล้วเป็นฝ่ายผิด เราจะต้องจ่ายเงินก่อนการจัดซ่อมทุกครั้ง (จำนวนเงินที่ต้องจ่ายก็คือ เงินค่า Deductible ที่เราตกลงทำกับบริษัทประกันนั่นแหละ)

อ่านเพิ่มเติมกันเลย >>> ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible คืออะไร ?

5. ส่วนลดประวัติดี

หากว่าเราทำประกันและในระหว่างปีเราไม่เคยแจ้งเคลมประกันเลย แน่นอนหละ.. ว่าบริษัทประกันเขาก็จะคืนโบนัสให้กับเรา ซึ่งก็คือส่วนลดสำหรับปีถัดไปนั่นเอง

  • ไม่มีเคลมปีแรก มีส่วนลดให้ 20%
  • ไม่มีเคลม 2 ปีติดต่อกัน มีส่วนลดให้ 30%
  • ไม่มีเคลม 3 ปีติดต่อกัน มีส่วนลดให้ 40%
  • ไม่มีเคลม 4 ปีติดต่อกันขึ้นไป มีส่วนนลดให้ 50%

ซึ่งส่วนลดประวัติดีจะมีให้ทุกบริษัทประกัน เพราะเป็นข้อกำหนดของ คปภ. ถือเป็นอีก วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ที่เจ๋งสุด ๆ !

6. ติดกล้องหน้ารถ ลดเบี้ยประกันภัย

ถ้าติดกล้องติดรถยนต์บริษัทประกันจะมีส่วนลดเบี้ยประกันให้ 5-10% โดยต้องแสดงหลักฐานด้วยว่ารถคันนี้ได้ติดกล้องจริง ๆ ซึ่งเงื่อนไขแต่ละบริษัทประกันก็จะแตกต่างกันออกไป

เมื่อทราบ วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ แล้ว ก็อย่าลืมนำวิธีต่าง ๆ ไปต่อรอง ไปคุย กับบริษัทประกัน หรือทางตัวแทนดูล่ะ อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้บ้าง ซึ่งแน่นอน.. ว่าดีกว่าการจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบเต็มจำนวนแน่นอน